วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560

20.ทะเลบัวแดง หนองหานภุมภวาปี ตามคำบอกเล่าของคนที่มาก่อนเรา และหอบความประทับใจกลับไปบอกต่อ และด้วยความที่ได้รับการโปรโมทจากททท.ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนแหล่ง ใหม่เริ่มจะคุ้นเคยในหมู่นักท่องเที่ยว ด้วยความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของดอกบัวที่ธรรมชาติรังสรรค์ เมื่อสีแดงอมชมพูของดอกบัวเบ่งบานขึ้นพร้อมๆ กัน ก็จะกลายเป็นภาพความงามอันวิจิตรสุดลูกลูกตาราวกับเนรมิตบนผืนผ้าใบ ขณะที่บรรยากาศโดยรอบบึงหนองหาน ก็สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำตาม ธรรมชาติด้วยพันธุ์ปลาน้ำจืด สายพันธุ์นกท้องถิ่น และพืชน้ำอีกจำนวนมากอันเป็นหัวใจของระบบนิเวศน์ที่หล่อเลี้ยง ทะเลบัวแดง และวิถีชุมชนให้ยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้
19.ตลาดเก่าก๊กพญา
เปิดท้ายด้วยตลาดโบราณกับ “ตลาดเก่าก๊กพญา” เดิมในอดีตเป็นตลาดท่าเทียบเรือของชาวบ้านจนถึงเจ้าพระยาที่สัญจรผ่านมาเป็นชุมชนที่สำคัญแห่งหนึ่งในลุ่มแม่น้ำนครชัยศรี
สำหรับตลาดเก่าก๊กพระยาถือเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวในชุมชนลำพญา โดยมีตลาดน้ำลำพญาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว เดิมเป็นชุมชนจีนโบราณมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 ควบคู่กับชุมชนชาวมอญที่อพยพมาจากสามโคกที่เดินทางมาเพื่อทำการเกษตร
ส่วนชาวจีนมาตั้งบ้านเรือทางตะวันออก ภายในมีร้านมากมาย อาทิ ร้านทำทอง, ร้านตัดเสื้อ ฯ และยังคงเก็บรักษาบ้านและชุมชนที่มีกลิ่นอายแบบโบราณไว้ ตลอดปีมีกิจกรรมที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ อาทิ ประเพณีทำบุญตลาด, ทิ้งกระจาด, แสดงงิ้ว, การทำขนมเปี๊ยะอ่อน และการทำขนมไหว้พระจันทร์ ฯ
ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ไม่ควรพลาด คือ “บ้านภัณฑารักษ์” ที่เก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม นอกจากนั้นบริเวณต้นตลาดยังมี บ้านไม้โบราณกุลนที ซึ่งเป็นบ้านไม้โบราณขนาดใหญ่ ปัจจุบันปรับเปลี่ยนให้เป็นโฮมสเตย์ และศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่เคารพนับถือกันสำหรับชาวเรือ
18.ตลาดโบราณ 100 ปี รางกระทุ่ม
ใครชอบท่องเที่ยวแนวเก็บตกตลาดเก่าที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แนะนำว่า “ตลาดโบราณ 100 ปี รางกระทุ่ม” เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ต้องมานักท่องเที่ยวที่ต้องมาเยือนให้ได้เพราะย่านตลาดนี้เคยเป็นแหล่งค้าขายสำคัญมาตั้งแต่ครั้งอดีตและทำเลที่ตั้งอยู่ริมน้ำเลียบคลองพระพิมลและคลองบางภาษี
ภายในนักท่องเที่ยวจะได้ซึมซับไปกับบรรยากาศของตลาดริมน้ำที่เรียบง่าย ชมบ้านไม้หลังเก่า และวิถีชีวิตชาวบ้านริมฝั่งคลองอย่างใกล้ชิด ส่วนใครที่ชื่นชอบของเก่า ๆ ของโบราณก็สามารถเดินชมได้ที่ร้านบังเอิญพาณิชย์มีของสะสมเก่าและอุปกรณ์ค้าขายแบบโบราณที่ยังคงเก็บรักษาไว้อย่างดี ทั้งอุปกรณ์ขายกาแฟ, การทำขนมแต่งงาน, เครื่องพิมพ์ขนมโก๋, เครื่องพิมพ์ขนมกวางตุ้ง, เครื่องพิมพ์ถั่ว และเครื่องเล่นเพลง ฯลฯ
พลาดไม่ได้กับเมนูชวนชิม เช่น เป็ดพะโล้, กวยจั๊บ, ห่อหมกหม้อดิน, ก๋วยเตี๋ยวโบราณ, เมี่ยงสมุนไพรเพื่อสุขภาพ, ขนมเบื้อง, กะลอจี๊ทอดสูตรโบราณ, ขนมครกโบราณ, กาแฟโบราณ, ผักผลไม้ปลอดสารพิษ และผลไม้แช่อิ่ม พร้อมกิจกรรมท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกมากมาย
17.อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวิทยาลัยเกษตรฯ (กำแพงแสน)
อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นอุทยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เป็นแหล่งศึกษาครบวงจรเกี่ยวกับชีวิตของแมลง พิพิธภัณฑ์ แมลง นิทรรศการแมลง การเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์แมลงที่ใกล้สูญพันธุ์ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ และได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2546 โดยเริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 จนปัจจุบัน
ภายในจัดเป็นส่วนใหญ่ ๆ 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 เป็นนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์ จัดอยู่ภายในอาคารชั้นเดียว ประกอบด้วยการจัดแสดง ตัวอย่างแมลงแห้ง (specimens) จำนวน มากกว่า 1,000 ชนิด ส่วนที่ 3 เป็นส่วนของภาคสนาม ซึ่งเป็นไฮไลท์หลักที่ไม่ควรพลาดของที่นี่คือ โดมอุทยานแมลงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีลักษณะเป็นโดมที่มีพื้นที่มากกว่า 1,000 ตารางเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 45 เมตร สูง 15 เมตร ซึ่งแสดงระบบนิเวศวิทยาของแมลงที่สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุน การวิจัยพฤติกรรมแมลง สาธิตรูปแบบการจัดระบบเพาะเลี้ยงแมลงเชิงพาณิชย์ และการจัดแสดงระบบนิเวศน์วิทยาของ แมลงชนิดต่าง ๆ ที่มีการอาศัยอยู่รวมกัน

16.วัดกลางบางแก้ว
วัดกลางบางแก้ว เดิมชื่อว่าวัดคงคาราม หรือ วัดกลาง เนื่องจากตั้งอยู่ปากคลองบางแก้ว ตำบลนครชัยศรี  อำเภอนครชัยศรี  จังหวัดนครปฐม เป็นวัดโบราณเก่าแก่สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หรือตอนปลายของยุคอู่ทอง จากสภาพโบราณวัตถุภายในวัด เป็นต้นว่าอุโบสถ ใบเสมา และวิหาร ตลอดจนพระพุทธรูปหินทรายแดง ซึ่งเป็นพระประธานในอุโบสถ คือ หลวงพ่อโต
ภายในวัดมีสถานที่สำคัญที่น่าสนใจ อาทิ หอพระไตรปิฎก, พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก, ภาพจิตรกรรมฝาผนัง และพระอุโบสถวัดกลางบางแก้ว อีกทั้งยังเปิดให้นักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางเข้าไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมเรียนรู้พุทธประวัติได้อีกด้วย
15.ตลาดท่านา
ตลาดสดที่มีอายุเก่าแก่อายุมากกว่า 140 ปี ก่อตั้งคู่วิถีชีวิตของชาวชุมชนริมแม่น้ำนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมมาอย่างยาวนาน ส่วนที่มาของชื่อตลาดท่านา คือ ในสมัยก่อนบริเวณนี้เต็มไปด้วยพื้นที่นาปลูกข้าว และบริเวณที่ตั้งริมแม่น้ำทำให้ที่นี่กลายเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าและเป็นท่าขึ้นข้าวในอดีต
ภายในตลาดยังคงมีการจัดรูปแบบตลาดเพื่อการอนุรักษ์วิถีชีวิตและการค้าขายแบบดั้งเดิมเอาไว้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส แถมยังมีร้านค้าร้านค้าจำหน่ายทั้งอาหารคาว-หวานนานาชนิด รวมทั้งผัก ผลไม้ และสมุนไพรแปรรูป และเมนูหาทานยากอย่างไส้กรอกโบราณ, ขนมมาม่อนจัง,ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน และลูกลานเชื่อม
14.ตลาดน้ำวัดลำพญา
ตลาดริมน้ำที่เต็มไปด้วยของกินของฝากขึ้นชื่อแบบละลานตา ตลาดน้ำวัดลำพญาเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 โดยใช้บริเวณวัดลำพญาและชายฝั่งแม่น้ำท่าจีนเป็นที่จัดตลาดน้ำลำพญา เพื่อส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้กับชาวบ้านและเกษตรกรในท้องถิ่น ให้เป็นแหล่งชุมนุมสินค้าเกษตรกรรม หัตถกรรม และสินค้าพื้นเมือง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านด้วยบรรยากาศคุ้งน้ำที่สวยงาม และพืชพันธุ์ธรรมชาติที่เขียวขจีสองฝั่งแม่น้ำท่าจีน
นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้พักผ่อนและชื่นชมธรรมชาติบริเวณตลาดน้ำแล้ว ทางตลาดน้ำยังได้จัดบริการท่องเที่ยวชมลำน้ำไว้หลายอย่าง เช่น บริการล่องเรือแจวโบราณ บริการล่องแพชมธรรมชาติ ด้านทิศใต้ และทิศเหนือ เพื่อชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำและวิถีชาวบ้าน รวมทั้งเป็นการทัศนศึกษาสถานที่สำคัญบริเวณตำบลใกล้เคียง
โดยสินค้าภายในตลาดก็มีให้จับจ่ายใช้สอยหลายชนิด อาทิ หลากหลายชนิด สินค้าทางการเกษตร ผักพื้นบ้าน ผลไม้ต่าง ๆ ที่เป็นผลผลิตมาจากสวนที่ชาวบ้านปลูกเอง และซื้อมาจากที่อื่นบ้างในส่วนที่ไม่มี นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ขนมพื้นบ้านที่ชาวบ้านนำกลับมาฟื้นฟูอีกครั้ง รวมทั้งมีร้านค้าเครื่องจักสาน การรวมกลุ่มของแม่บ้านตำบลลำพญาผลิตข้าวซ้อมมือ การนวดแผนโบราณ ฯลฯ
13.แอร์ออร์คิดส์: AIRORCHID
แอร์ออร์คิดส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ขายกล้วยไม้ทั้งส่งและปลีกในราคาส่ง และยังเป็นแหล่งผลิตกล้วยไม้ที่ครบวงจรแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย เกิดจากการสานต่อธุรกิจกล้วยไม้ของครอบครัวมามากกว่า 30 ปี
เริ่มตั้งแต่สวนกล้วยไม้ตัดดอก ต่อยอดด้วยการผสมพันธุ์กล้วยไม้ ขยายการผลิตด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องแลบ จนกระทั่งสามารถส่งออกต้นพันธุ์กล้วยไม้ไปยังต่างประเทศทั่วโลก เมื่อธุรกิจสวนและการส่งออกเริ่มอยู่ตัว
ภายในจัดแบ่งพื้นที่ของสวนส่วนที่ติดริมถนนจำนวน 2 ไร่ นอกจากนี้ยังมีการจัดพื้นที่หน้าร้านในรูปแบบของ “ซูเปอร์มาร์เก็ต” ด้วยการนำรถเข็นมาให้ลูกค้าสะดวกในการเลือกซื้อ ติดพัดลมไอน้ำและเดินสายไอหมอกเพื่อให้อากาศเย็นสบาย พร้อมเปิดเพลงสร้างบรรยากาศสดชื่นอีกด้วย
12.พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก Owl Art Museum
พิพิธภัณฑ์น่ารักที่ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากการเล่านิทานก่อนนอนที่เคล้าคลอกับเสียงของนกฮูกในยามค่ำคืน และที่นี่ถือเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้เรื่องราวระหว่างมนุษย์กับนกฮูก และเป็นสถานที่รวบรวมของสะสมเกี่ยวกับงานศิลปะ งานออกแบบนกฮูก แรงบันดาลใจ ของ รศ.ปรีชา ปั้นกล่ำ อาจารย์คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งของสะสมมีทั้งจากในประเทศไทย ประเทศในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา
ภายในจัดแสดงเป็น 7 ส่วนตามวัสดุที่ใช้สร้างสรรค์ผลงาน เริ่มจาก นกฮูกเครื่องประดับ โซนนกฮูกเรซิ่น นกฮูกเครื่องปั้นดินเผา มีทั้งแบบสีดินเผาไม่เคลือบ และแบบแต่งสีพร้อมเคลือบให้เรียบร้อย ว่าวนกฮูกจากอินโดนีเซีย นกฮูกกระดาษ สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งของชาวพม่า และครกฮูกหินซึ่งเป็นของสะสมที่หาดูได้ยาก
ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีห้องเรียนรู้ศิลปะการออกแบบ พร้อมวิทยากรและครูที่มีประสบการณ์ ใครอยากซื้อของที่ระลึกเป็นสินค้าสารพัดนกฮูกก็มี Owl Art Museum Shop ให้เข้าไปเลือกหาของชิ้นโปรด และทุกวันเสาร์สัปดาห์แรกของเดือนจะมีการจัด ตลาดนัดคนรักนกฮูก ดังนั้นสินค้าทุกอย่างที่นำมาจำหน่าย  จะเกี่ยวข้องกับนกฮูกทุกชิ้นเลยใครชอบต้องมาชมกัน
11.พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เกิดจากความสนใจในการสร้างหุ่นขี้ผึ้ง ซึ่งนำโดยอาจารย์ดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ ที่ได้ศึกษาค้นคว้าและทดลองเป็นเวลานานกว่า 10 ปี จนสามารถสร้างหุ่นขี้ผึ้งยุคใหม่จากไฟเบอร์กลาส ที่มีคุณสมบัติคงทน ประณีต งดงาม เหมือนคนจริง ๆ
ใน พ.ศ. 2525 ได้มีการจัดตั้งโครงการก่อตั้ง “พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย” สำหรับเป็นสถานที่สร้างและจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส เพื่อการอนุรักษ์ ส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีไทย อันจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าของเยาวชน
ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยเป็นอาคารสองชั้น บริเวณชั้นล่างจัดแสดงหุ่นชุดต่าง ๆ อาทิ ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี, พระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, ชุดพระอริยสงฆ์, ชุดมุมหนึ่งของชีวิต และพระกรณียกิจต่าง ๆ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ส่วนชั้นบนจัดแสดงหุ่นชุดบุคคลสำคัญทั้งของไทยและต่างประเทศ เช่น ครูเอื้อ สุนทรสนาน ครูไพบูลย์ บุตรขันวิถี เซอร์วินสตัน เชอร์ชิล มหาตมา คานธี อับราฮัม ลินคอล์น ฯลฯ ปัจจุบันมีหุ่นไฟเบอร์กลาสจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ฯ ทั้งหมด 120 รูป ส่วนหุ่นที่ว่าจะมีความเหมือนจริงมากน้อยเพียงใดนักท่องเที่ยวต้องมาพิสูจน์กันด้วยตาตัวเองกันเลย
10.หอภาพยนตร์ ศาลายา
หนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเปรียบเสมือนเป็นคลังเก็บประวัติศาสตร์ความล้ำค่าของแผ่นฟิล์ม ถือเป็นหน่วยงาสำคัญในรูปแบบองค์การมหาชน ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการดูแล อนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย ภายในตกแต่งอย่างสวยงามด้วยอาคารสไตล์โรงถ่ายภาพยนตร์โบราณ สีเหลือง
ส่วนบริเวณชั้นบนของอาคาร จัดแสดงในส่วนของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ตั้งแต่ยุคกำเนิดบริษัท ภาพยนตร์ไทย จำกัด ไปจนถึงยุคภายใต้การปกครองของจอมพล ป. พิบูลสงคราม รับชมภาพยนตร์ที่หาดูได้ยากเรื่องต่าง ๆ และชมข้าวของเครื่องใช้เกี่ยวกับภาพยนตร์ในแต่ละยุค
ภายในเน้นการจัดแสดงเกี่ยวกับภาพยนตร์ไทยที่มาชมได้ยาก ถูกจัดเก็บข้อมูล รูปภาพ วัสดุอุปกรณ์ประกอบฉาก ที่สำคัญรวมไปถึงสิ่งของต่าง ๆ ที่ใช้ในงานโปรดักชั่นในภาพยนตร์ ส่วนบริเวณด้านล่างของอาคาร เป็นการจำลองห้องทำงานของ ส.อาสนจินดา ผู้บุกเบิกวงการละครเวที ละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ไทย
9.วัดไร่แตงทอง
พูดถึงชื่อ “วัดไร่แตงทอง” อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม บางคนอาจจะไม่คุ้นเคยในชื่อนี้สักเท่าไหร่ แต่ถ้าพูดถึง รูปปั้นของหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือน ภายในวิหารซึ่งมีความสูงถึง 8.5 เมตร เชื่อว่าหลายคนอาจจะคุ้นกับความเชื่อเรื่องการเดินทางมาขอพรเรื่องโชคลาภ เสริมสิริมงคลให้ครอบครัว และเมื่อได้เดินลอดใต้ท้องพญาเต่าเรือน ก็จะอายุยื่นเหมือนเต่า ร่างกายแข็งแรง หายเจ็บไข้จากโรคภัย
นอกจากนี้ยังเปิดให้ผู้คนเดินทางเข้ามากราบไหว้บูชา แก้บน นำดอกไม้ ผลไม้ และผักบุ้งมาถวายพญาเต่าเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อเสมอ รวมทั้งยังเปิดให้เช่าวัตถุมงคลบูชาอีกด้วย
8.สวนสามพราน รีเวอร์ไซต์
หนึ่งในสถานที่พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ ยอดฮิตที่เปิดประสบการณ์ให้ผู้มาเยี่ยมเยือนได้สัมผัสวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทยดั้งเดิมอย่างเต็มอิ่ม
ด้วยความตั้งใจในการอนุรักษ์ธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมยาวนาน พร้อมเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม  สำหรับ “สวนสามพราน ริเวอร์ไซด์” เกิดจากความตั้งใจของ ดร.ชำนาญ และคุณหญิงวลี ยุวบูรณ์ ที่จะรักษาต้นพิกุลเก่าแก่อายุร่วมร้อยปี ที่กำลังจะล้มเพราะตลิ่งพัง จึงซื้อที่ดินผืนนี้เพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศของครอบครัว
จากการปลูกกุหลาบเป็นงานอดิเรกในระยะแรก จนกลายเป็นธุรกิจในเวลาต่อมา ความงดงามของกุหลาบสวนสามพราน ทำให้ได้รับการขนานนามในอดีตจากชาวต่างประเทศว่า “โรสกาเด้น” หรือชื่อ “สวนสามพราน”
นอกจากนี้ยังมีบริการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง โรงแรมริมแม่น้ำ, เรือนไทยริมทะเลสาบ , ห้องอาหาร, ห้องประชุม 10 ห้อง และสวนออแกนิกส์ ในการนำผลิตผลส่งใช้ในโรงแรมจำนวน 30 ไร่ พร้อมเปิด “ตลาดสุขใจ” แหล่งพืชผักและอาหารปลอดภัยที่เปิดให้เกษตรกรนำของมาขายในวันเสาร์-อาทิตย์อีกด้วย
7.นาบัวคลองมหาสวัสดิ์
สำหรับใครที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยเส้นทางดอกไม้พลาดไม่ได้กับ “นาบัวคลองมหาสวัสดิ์” จังหวัดนครปฐม แหล่งท่องเที่ยวถนนสาย-ดอกไม้ (โครงการ Dream Destinations 2 : กาลครั้งนั้น…ความฝันผลิบาน ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2558)
สำหรับ “นาบัวคลองมหาสวัสดิ์” ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์หลักที่นักท่องเที่ยวต่างคุ้นเคยกับ นาบัว พืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้เกษตรกรอย่างมากมาย นอกจากจะได้นั่งชมดอกบัวกับวิวสวย ๆ แล้วนักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกิจกรรมพิเศษอย่างการพายเรือเก็บดอกบัว มักจะพบมัคคุเทศก์ พานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาสัมผัสการพายเรือเก็บดอกบัว ณ ที่แห่งนี้
6.เจษฎาเทคนิค มิวเซียม
คนรักรถห้ามพลาดสำหรับ Jesada Technik Museum เกิดขึ้นจากความรักรถและยานพาหนะทุกชนิดของคุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ ที่มีมาตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อมีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ โดยเฉพาะประเทศในทวีปยุโรป
สิ่งหนึ่งที่ไม่พลาดก็คือการเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ยานยนต์ของแต่ละเมืองที่ไปเยือน จนวันหนึ่งเกิดความคิดที่ว่าเมืองไทยน่าจะมีพิพิธภัณฑ์แบบนี้บ้าง จึงเริ่มสะสมรถโบราณเมื่อประมาณ 20 กว่าปีก่อน โดยช่วงแรก ๆ ได้เสาะหาจากภายในประเทศเป็นหลัก
สำหรับรถโบราณคันแรกที่ได้จากต่างประเทศ คือ Messerschmitt KR200 ไมโครคาร์สัญชาติเยอรมัน ที่ประมูลได้มาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อ พ.ศ. 2542 จากนั้นก็สะสมยานยนต์จากต่างประเทศเรื่อยมา ผ่านไปอีกหลายปี ยานยนต์ในคอลเล็กชั่นมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นหลายร้อยคัน จึงได้ตัดสินใจเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แบ่งปันให้คนทั่วไปได้เข้าชมในปลายปี พ.ศ. 2549
ปัจจุบัน Jesada Technik Museum จัดแสดงยานพาหนะโบราณทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เปิดให้เข้าเยี่ยมชมโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมภายนอกพิพิธภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง อาทิ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย กิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ งานช่วยเหลือสังคม และส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศอีกด้วย
5.วู้ดแลนด์เมืองไม้
สถานที่ท่องเที่ยวงานไม้ทรงคุณค่าภายในจังหวัดนครปฐม เกิดจากความรักและชื่นชอบในไม้ต่าง ๆ และรวมไปถึงงาประดิษฐ์ที่มาจากไม้ โดยส่งต่อความชื่นชอบมาถึง 4 ช่วงอายุคนกับพื้นที่กว่า 140 ไร่ ภายใต้แนวคิดว่าจะจัดทำเป็แหล่งการเรียนรู้งานศิลปะงานไม้แกะสลัก โดยมีการจัดหมวดหมู่ถึง 20 หมวด
ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 โซน โซนแรกคือ นิทานเมืองไม้เป็นการจัดหมวดหมู่ที่เข้ากันออกมาเป็น 10 หมวด จัดแสดงเกี่ยวกับไม้แกะสลักสะสมกว่า 2,000 ชิ้น โดยมีมนุษย์ต้นไม้ใจดีชื่อ “ปู่สัก” เป็นผู้เล่าเรื่องการกำเนิดของโลก และการผจญภัยของชาวเมืองไม้ผ่านดินแดนพิศวง เพื่อไปให้ถึงอาณาจักรของผู้สร้างจักรวาล
งานไม้ทั้งหมดจักแสดงในอาคารใหญ่ที่มีพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตรใช้ระบบ แสง สี เสียง เพื่อเพิ่มความเพลิดเพลินในการเข้าชมงานศิลปะและสนุกตื้นเต้นไปกับเมืองไม้อย่างสนุกสนานมากขึ้น โดยมีการแบ่งออกเป็น 10 ห้อง ได้แก่ ห้องรากไม้, ห้องสัตว์ป่า, ห้องชาวเมืองไม้, ห้องพญานาค, ห้องโลกใต้บาดาล, ห้องเทวาณฤมิตร,ห้องฮินดู, ห้องกวนอิม, ห้องพุทธ และห้องคริสต์
โซนที่ 2 คือ บ้านคนรักไม้ แกลอรี่ส่วนตัวของ คุณณรงค์ ทิวไผ่งาม ซึ่งเป็นส่วนโชว์ไม้แกะสลักสะสมอีกที่หนึ่งที่เพิ่งเปิดให้เข้าชมได้ไม่นานี่เอง ชิ้นงานแต่ละชิ้นล้ำค่า หาดูยาก แถมบางชิ้นยังมีอายุที่ยาวนานหลายชั่วอายุคน
4.ตลาดน้ำดอนหวาย
ตลาดโบราณเก่าแก่ริมแม่น้ำท่าจีน ที่ยังคงความเป็นตลาดโบราณมาตั้งแต่ในอดีตตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ที่ยังเหลือสภาพตลาดเก่ากับลักษณะตัวอาคารเป็นอาคารไม้เก่า ๆ ที่อยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน มีพ่อค้า–แม่ค้า พายเรือนำสินค้าและอาหารมาจำหน่ายมากมาย ทั้งนี้ ในบริเวณวัดดอนหวายนั้น ยังมีตลาดนัดสินค้าทางการเกษตรจำหน่ายทุกวันโดยจะเริ่มเปิดร้านตั้งแต่เช้าถึงหกโมงเย็นทุกวัน
สำหรับสินค้าที่ขายก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งอาหารคาวหวาน ขนม เครื่องสารมากมาย ผลไม้ ผักสด ต้นไม้  ส่วนอาหารที่ขึ้นชื่อของที่นี่ คือ ปลาช่อนเผาเกลือ, ปลาสลิดตากแห้ง, ปลาตะเพียน 3 รส, ห่อหมก, เป็ดพะโล้, กุนเชียงหมู และสารพัดน้ำพริกชนิดต่าง ๆ รวมถึงขนมหวานอย่าง สาลี่, ขนมตาล, ปุยฝ้าย, ขนมเบื้อง, ลูกชุบ, ตะโก้, ทองม้วนสดและขนมฝักบัวโบราณ เป็นต้น
นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเลือกใช้บริการเรือนำเที่ยวล่องเรือชมวิวทิวทัศน์ของสองฝั่งแม่น้ำท่าจีนได้อีกด้วย
3.วัดไร่ขิง
วัดไร่ขิง หรือ วัดมงคลจินดารามวัดชื่อดังอีกหนึ่งแห่งในจังหวัดนครปฐม ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ถึงแม้ว่าทางวัดจะได้รับการตั้งชื่อใหม่แต่หลายคนก็ยังคงคุ้นเคยกับชื่อ วัดไร่ขิง ซึ่งมีที่มาจากในอดีตบริเวณวัดเป็นที่อยู่ของชาวจีนและนิยมเพาะปลูกขิงจำนวนมาก
จากคำบอกเล่าว่า สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2394 มีสิ่งนับถือที่ผู้คนจำนวนมากนับถือคือ พระพุทธรูปหลวงพ่อวัดไร่ขิง ซึ่งประดิษฐานในพระอุโบสถ ตามตำนานเล่าว่าลอยน้ำมาและอัญเชิญขึ้นไว้ที่วัดศาลาปูน องค์พระพุทธรูปเป็นเนื้อทองสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย พุทธลักษณะงดงามด้วยพุทธศิลป์ 3 สมัย คือ พระรูปผึ่งผายแบบเชียงแสน พระหัตถ์เรียวงามแบบสุโขทัย และพระพักตร์งดงามในแบบรัตนโกสินทร์ ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชี 5 ชั้น
สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสมัยไทยล้านนาและล้านช้าง พระอุโบสถของวัดเป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รอบพระอุโบสถมีวิหารประจำทิศต่าง ๆ ทั้งสี่ทิศ  ศาลาจัตุรมุขตั้งอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของอุโบสถ เป็นศาลาทรงไทย 4 มุข มีมณฑปกลางสระน้ำ เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของอุโบสถ
สำหรับกิจกรรมของนักท่องเที่ยวได้แก่ การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ของเก่า ซื้อขนมปังเลี้ยงอาหารปลา ตลาดนัดอาหารและผลไม้ให้เดินเลือกซื้อกันอย่างสนุกสนานและงานนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงจะจัดระหว่างวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 3 ค่ำเดือน 5 ของทุกปี มีกิจกรรมการออกร้านและมหรสพมากมาย
2.วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร
เริ่มต้นกับวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อพระปฐมเจดีย์ วัดดังที่เป็นปูชนียสถานสำคัญที่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมืองนครปฐม ณ เลขที่ 27 ถนนขวาพระ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐมแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องเดินทางไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
สำหรับ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร เป็นหนึ่งในพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชมหาวิหาร มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระโคตมพุทธเจ้า ลักษณะเป็นพระเจดีย์รูประฆังคว่ำขนาดใหญ่ โครงสร้างเป็นไม้ซุงรัดด้วยโซ่เส้นมหึมาก่ออิฐถือปูน ประดับด้วยกระเบื้องปูทับ มีวิหาร 4 ทิศ กำแพงแก้ว 2 ชั้น
ส่วนตำนานพระปฐมเจดีย์ หรือเดิมเรียกว่า พระธมเจดีย์ มีฐานะเป็นมหาธาตุหลวง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชวินิจฉัยว่า พระธมเจดีย์องค์นี้อาจเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเมื่อคราวที่พระสมณทูตในพระเจ้าอโศกมหาราชเดินทางมาเผยแผ่ศาสนายังสุวรรณภูมิ
นอกจากนี้ในทุกปีทางวัดจะมีการจัดเทศกาลมนัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ขึ้นในทุกวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึงวันแรม 5 ค่ำ เดือน 12 รวม 9 วัน 9 คือ เพื่อเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั่วไปได้เข้ามาสักการะและชื่นชมความงดงามขององค์พระปฐมเจดีย์อีกด้วย
1.พระราชวังสนามจันทร์
“พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “พระราชวังสนามจันทร์” ก่อสร้างใน พ.ศ. 2450 ณ บริเวณ ตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
มีพื้นที่โดยรวมทั้งหมดประมาณ 888 ไร่ โดยทำการจัดสร้างตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ยังทรงดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เนื่องจากทรงเห็นว่านครปฐมเป็นเมืองที่เหมาะสมสำหรับประทับพักผ่อน มีภูมิประเทศงดงาม ร่มเย็น อีกทั้งยังเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรมอยู่บ่อยครั้งพระราชวังแห่งนี้
ภายในมีพื้นที่กว้างขวาง ตรงกลางเป็นสนามขนาดใหญ่ โอบล้อมด้วยถนน และมีคูน้ำล้อมอยู่ชั้นนอก ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นสถาบันวัฒนธรรมภูมิภาคตะวันตกพระราชวังสนามจันทร์
นอกจากนี้ยังมีพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ อยู่ภายในโดยเริ่มแรกมีเพียง 2 พระที่นั่ง ได้แก่ พระที่นั่งพิมานปฐม และพระที่นั่งอภิรมย์ฤดี ภายหลังมีการสร้างเพิ่มเติม อาทิ  พระที่นั่งวัชรีรมยา, พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์, พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์, พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์, พระตำหนักทับแก้ว, พระตำหนักทับขวัญ, เทวาลัยคเณศวร์ หรือเรียกว่า ศาลพระพิฆเนศวร, อนุสาวรีย์ย่าเหล, เรือนพระธเนศวร, อาคารที่พักของเสือป่าม้าหลวง และเสือป่าพรานหลวง โรงพยาบาลเสือป่า ฯล
                      สถานที่เที่ยวนครปฐม